TableCheck vs Tabelog vs Rezabo: เกณฑ์เลือกและข้อแตกต่างของระบบจองร้านอาหารในไทย

สรุปประเด็นสำคัญ: ความแตกต่างด้านบทบาทของแต่ละระบบ
อ่านสรุปก่อนลงรายละเอียด
ร้านอาหารในไทยที่นำ TableCheck, Tabelog และ Rezabo มาเปรียบเทียบกัน ควรเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจบทบาทและตำแหน่งของแต่ละผลิตภัณฑ์ Tabelog เป็นพอร์ทัลค้นหาและส่งลูกค้าในญี่ปุ่น TableCheck เป็นเอนจินรับจองออนไลน์และบริหารจัดการช่องทางแบบครบวงจร (โปรดตรวจสอบเงื่อนไขและราคาล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการของแต่ละผู้ให้บริการ) ขณะที่ Rezabo เป็นสมุดจองโต๊ะและบันทึกข้อมูลลูกค้าสำหรับร้านอาหาร คิดค่าบริการคงที่รายเดือน 1,900 บาท หรือรายปี 19,000 บาท (ฟรี 2 เดือน) ไม่คิดค่าคอมมิชชั่นต่อการจอง ออกแบบมาเพื่อให้พนักงานหน้าร้านบันทึกการจองที่รับทางโทรศัพท์หรือ LINE ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Tabelog | TableCheck | Rezabo |
|---|---|---|---|
| บทบาทของผลิตภัณฑ์ | พอร์ทัลค้นหา รีวิว และส่งลูกค้าในญี่ปุ่น | เอนจินจองออนไลน์และบริหารจัดการช่องทางครบวงจร | สมุดจองโต๊ะและบันทึกข้อมูลลูกค้าสำหรับร้านอาหาร |
| โครงสร้างราคา | คิดค่าบริการตามเงื่อนไขของแพลตฟอร์ม (โปรดตรวจสอบราคาล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการ) | คิดค่าบริการตามแพ็กเกจและโมดูลที่เลือก (โปรดตรวจสอบราคาล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการ) | ค่าบริการคงที่ รายเดือน 1,900 บาท หรือรายปี 19,000 บาท (ฟรี 2 เดือน) ไม่คิดตามจำนวนจอง |
| การรับจอง | รับจองผ่านหน้าพอร์ทัลในญี่ปุ่น | รับจองออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย และช่องทางต่าง ๆ | พนักงานบันทึกการจองที่รับทางโทรศัพท์หรือ LINE ลงในสมุดจอง |
| การเชื่อมต่อช่องทางภายนอก | เชื่อมโยงกับเครือข่ายพอร์ทัลพันธมิตร | เชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มพันธมิตรและ OTA ต่าง ๆ | มุ่งเน้นการบันทึกและจัดการผังโต๊ะหน้าร้าน ไม่ได้เชื่อมต่อ OTA |
| ข้อมูลลูกค้า | ผูกกับบัญชีสมาชิกของพอร์ทัล | จัดเก็บในระบบ CRM ตามสัญญาการใช้งาน | ร้านเป็นเจ้าของข้อมูล บันทึกประวัติการมาร้านและหมายเหตุได้ |
| หน้าจอและการรองรับภาษา | หน้าจอภาษาญี่ปุ่นเป็นหลัก | รองรับหลายภาษาตามการตั้งค่าระบบ | สลับภาษาหน้าจอได้ทั้งไทย อังกฤษ ญี่ปุ่น แยกตามเครื่อง (ข้อความบันทึกของลูกค้าจะแสดงตามภาษาที่ป้อนเข้ามา) |
| การบริการและใบกำกับภาษี | ดำเนินการตามมาตรฐานบริษัทญี่ปุ่น | มีสำนักงานและการบริการตามสัญญา | ดูแลโดยทีมงานในไทย ออกใบกำกับภาษีเต็มรูป VAT 7% โดย บริษัท อาร์คิวซี (ไทยแลนด์) จำกัด |
เมื่อพิจารณาความแตกต่าง จะเห็นว่าแต่ละระบบมีจุดประสงค์และโมเดลการให้บริการที่ต่างกัน ระบบอื่นเป็นระบบครบวงจรที่รวมทั้งการรับจองออนไลน์ การส่งลูกค้า และการชำระเงิน ซึ่งมีโครงสร้างราคาและค่าธรรมเนียมตามที่ผู้ให้บริการกำหนด (โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการของแต่ละราย) ขณะที่ Rezabo เป็นสมุดจองหน้าร้านแบบคิดราคาคงที่ ไม่มีค่าคอมมิชชั่น ช่วยให้ร้านอาหารบริหารจัดการโต๊ะและข้อมูลลูกค้าได้อย่างเรียบง่ายและควบคุมค่าใช้จ่ายได้ง่าย
1. ทำความเข้าใจบทบาทที่แตกต่างกันของแต่ละผลิตภัณฑ์
การเลือกระบบจัดการการจองที่เหมาะสม จำเป็นต้องแยกแยะหน้าที่หลักของแต่ละเครื่องมือให้ชัดเจน:
- Tabelog: เป็นแพลตฟอร์มค้นหาร้านอาหารและรีวิวที่ได้รับความนิยมสูงในญี่ปุ่น โดยมุ่งเน้นการส่งลูกค้ากลุ่มนักท่องเที่ยวหรือผู้ใช้งานในญี่ปุ่นไปยังร้านอาหาร
- TableCheck: เป็นระบบรับจองออนไลน์ระดับองค์กรและบริหารจัดการช่องทางการจองแบบครบวงจร รองรับการเชื่อมต่อกับหลายแพลตฟอร์มและการรับชำระเงินออนไลน์
- Rezabo: เป็นสมุดจองโต๊ะและบันทึกข้อมูลลูกค้าบนคลาวด์สำหรับร้านอาหาร ออกแบบมาเพื่อเป็นเครื่องมือประจำวันของพนักงานหน้าร้านในการจัดโต๊ะและบันทึกการจองที่รับเข้ามาทางโทรศัพท์หรือ LINE โดยมีหน้าจอภาษาไทยที่ใช้งานง่าย และคิดค่าบริการคงที่รายเดือน
ร้านอาหารควรเลือกเครื่องมือให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายจริงของร้าน เช่น หากต้องการลูกค้านักท่องเที่ยวจากญี่ปุ่น แพลตฟอร์มพอร์ทัลอาจตอบโจทย์ แต่หากต้องการจัดการลูกค้าท้องถิ่นและโต๊ะหน้าร้านอย่างเป็นระบบ การมีสมุดบันทึกการจองที่ใช้งานง่ายสำหรับพนักงานคือสิ่งจำเป็น
2. ความแตกต่างเชิงโครงสร้าง: แพลตฟอร์มรวมช่องทาง vs สมุดจองหน้าร้าน
ในการบริหารจัดการร้านอาหาร การเลือกเครื่องมือต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจบทบาทของแต่ละระบบ
ระบบจองและส่งลูกค้าแบบครบวงจร (เช่น TableCheck หรือ Tabelog): เป็นแพลตฟอร์มที่มีฟังก์ชันหลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่การเปิดรับจองออนไลน์ การดึงดูดลูกค้าจากพอร์ทัลหรือช่องทางภายนอก ไปจนถึงระบบชำระเงินออนไลน์หรือการตัดบัตรมัดจำ ระบบประเภทนี้เหมาะสำหรับร้านที่ต้องการเปิดรับการจองผ่านเว็บไซต์โดยตรง หรือต้องการเข้าถึงฐานลูกค้านักท่องเที่ยวต่างชาติ ทั้งนี้ ฟังก์ชัน รายละเอียดเงื่อนไขทางเทคนิค และอัตราค่าบริการของแต่ละแพลตฟอร์มมีความแตกต่างกัน โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดและเงื่อนไขสัญญาจากเว็บไซต์ทางการของผู้ให้บริการแต่ละราย
สมุดบันทึกการจองสำหรับบริหารจัดการภายในร้าน (Rezabo): วางตำแหน่งเป็นสมุดบันทึกการจองและจัดสรรโต๊ะสำหรับทีมงานหน้าร้าน โดยไม่รวมบริการรับจองออนไลน์ ไม่มีการตัดบัตรมัดจำ และไม่มีระบบเชื่อมต่ออัตโนมัติกับ POS หน้าร้าน จุดมุ่งหมายคือการช่วยให้พนักงานบันทึกข้อมูลการจองที่รับเข้ามาทางโทรศัพท์ หน้าร้าน หรือช่องทางแชทได้อย่างเป็นระเบียบ ช่วยตรวจจับการจองซ้อนขณะบันทึก และดูประวัติลูกค้าได้สะดวกด้วยค่าบริการรายเดือนแบบคงที่
ความแตกต่างที่แท้จริงจึงไม่ใช่เรื่องของการเปรียบเทียบฟีเจอร์ย่อย แต่คือ “โมเดลการทำงานของร้าน”: ร้านต้องการแพลตฟอร์มรับจองออนไลน์แบบครบวงจรที่มีค่าบริการตามปริมาณการใช้งาน หรือต้องการสมุดบันทึกการจองที่เน้นการควบคุมการจัดโต๊ะหน้าร้านอย่างเรียบง่ายในราคาคงที่
3. โครงสร้างค่าใช้จ่าย: ค่าบริการคงที่ vs ค่าบริการตามปริมาณการใช้งาน
ทำความเข้าใจโครงสร้างต้นทุนของแต่ละระบบ
ระบบที่มีบริการดึงลูกค้า รับจองออนไลน์ หรือเชื่อมต่อระบบชำระเงิน มักมีโครงสร้างราคาที่ประกอบด้วยหลายส่วน เช่น ค่าบริการรายเดือน ค่าธรรมเนียมตามจำนวนการจอง (ต่อหัวหรือต่อครั้ง) หรือค่าบริการเสริมตามฟังก์ชันที่เลือกใช้ ร้านอาหารจึงควรตรวจสอบใบเสนอราคาและเงื่อนไขการใช้งานอย่างละเอียดจากเว็บไซต์ทางการของผู้ให้บริการแต่ละราย เพื่อประเมินต้นทุนรวมที่แท้จริงตามปริมาณการจองของร้าน
Rezabo: ขอบเขตของค่าบริการรายเดือนคงที่
Rezabo คิดค่าบริการแบบคงที่ 1,900 บาทต่อเดือน (หรือ 19,000 บาทต่อปี ชำระล่วงหน้า รวมส่วนลด 2 เดือน) โดยไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า ไม่มีค่าคอมมิชชั่นตามจำนวนการจองหรือจำนวนหัว และสามารถบันทึกการจองได้ไม่จำกัด
ขอบเขตของ Rezabo ชัดเจน:
- เป็นระบบสมุดบันทึกการจองและบันทึกประวัติลูกค้า (CRM) สำหรับพนักงานใช้งานภายในร้าน
- ไม่รวมระบบรับจองออนไลน์ หรือระบบชำระเงิน/ตัดบัตรมัดจำ
- ไม่เชื่อมต่ออัตโนมัติกับ POS (เช่น Wongnai POS หรือ Ocha) หรือระบบบัญชีภายนอก พนักงานยังคงจัดการเปิดบิลหน้าร้านตามปกติ
- ไม่มีบริการซื้อทราฟฟิกหรือการส่งลูกค้าจากภายนอก
ข้อดีของค่าบริการคงที่คือ แม้ร้านจะมีลูกค้าจองเพิ่มขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์หรือฤดูกาลท่องเที่ยว ค่าซอฟต์แวร์รายเดือนก็ยังคงเท่าเดิม ช่วยให้ร้านควบคุมและวางแผนงบประมาณค่าซอฟต์แวร์ได้ง่ายขึ้น
4. ตัวอย่างการเปรียบเทียบโมเดลต้นทุน (TCO)
ในการประเมินต้นทุนของระบบบริหารจัดการร้านอาหาร ร้านควรพิจารณารูปแบบค่าใช้จ่ายในระยะยาว (เช่น 1-3 ปี) โดยคำนึงถึงโครงสร้างค่าบริการของแต่ละระบบ
| รายการต้นทุน | แพลตฟอร์มพอร์ทัล / ส่งลูกค้าภายนอก | แพลตฟอร์มเอนจินจองออนไลน์ครบวงจร | Rezabo (สมุดบันทึกการจองหน้าร้าน) |
|---|---|---|---|
| โครงสร้างค่าบริการ | โปรดตรวจสอบเงื่อนไขจากเว็บไซต์ทางการ | โปรดตรวจสอบเงื่อนไขจากเว็บไซต์ทางการ | ค่าบริการคงที่ 1,900 บาท/เดือน หรือ 19,000 บาท/ปี (ฟรี 2 เดือน) |
| ต้นทุนผันแปรตามยอดจอง | โปรดตรวจสอบเงื่อนไขจากเว็บไซต์ทางการ | โปรดตรวจสอบเงื่อนไขจากเว็บไซต์ทางการ | ไม่มีค่าธรรมเนียมผันแปรตามจำนวนการจอง (0 บาท) |
| การรับชำระเงิน / มัดจำ | มีระบบจัดการตัดเงินหรือมัดจำออนไลน์ตามเงื่อนไขแพลตฟอร์ม | มีโมดูลเชื่อมต่อระบบตัดบัตรหรือมัดจำออนไลน์ | ไม่มีระบบตัดเงินหรือมัดจำออนไลน์ (ร้านดูแลการชำระเงินหน้าร้านเอง) |
| การจัดการข้อมูลลูกค้า | ข้อมูลลูกค้าอาจอยู่บนระบบพอร์ทัล | จัดเก็บในระบบของแพลตฟอร์มตามเงื่อนไขสัญญา | ร้านเป็นผู้บันทึกและถือครองข้อมูลในสมุดจองโดยตรง |
| ประมาณการค่าระบบ 3 ปี | โปรดตรวจสอบและขอใบเสนอราคาจากผู้ให้บริการ | โปรดตรวจสอบและขอใบเสนอราคาจากผู้ให้บริการ | 57,000 บาท (ตัวอย่างการคำนวณ: 19,000 บาท × 3 ปี) |
ข้อแตกต่างสำคัญอยู่ที่ความสามารถในการคาดการณ์ต้นทุน:
- ระบบที่คิดค่าบริการตามจำนวนครั้งหรือเปอร์เซ็นต์ยอดขาย จะมีต้นทุนผันแปรตามการใช้งานหรือยอดจอง
- Rezabo ใช้โครงสร้างค่าบริการคงที่ 1,900 บาทต่อเดือน (หรือ 19,000 บาทต่อปี) ช่วยให้ร้านวางแผนและควบคุมค่าใช้จ่ายด้านซอฟต์แวร์ได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะมีปริมาณการจองเพิ่มขึ้นเท่าใด
ทั้งนี้ ร้านควรประเมินจากความต้องการที่แท้จริงว่าต้องการลงทุนกับระบบเพื่อการส่งลูกค้าจากภายนอก หรือต้องการระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการโต๊ะภายในร้าน
5. ข้อควรพิจารณาในสัญญาและการจัดการหน้าร้าน
จุดที่ควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจเลือกระบบ
- ขอบเขตของค่าบริการ: ตรวจสอบให้ชัดเจนว่าค่าบริการที่ระบุครอบคลุมอะไรบ้าง มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า ค่าบริการรายหัว หรือค่าโมดูลเสริมหรือไม่
- การเป็นเจ้าของข้อมูลลูกค้า (PDPA): รายชื่อลูกค้า เบอร์โทรศัพท์ และประวัติการรับบริการ ร้านสามารถเข้าถึงและนำไปใช้ในการดูแลลูกค้าประจำได้อย่างถูกต้องหรือไม่
- ความสอดคล้องกับพฤติกรรมลูกค้า: ลูกค้าส่วนใหญ่ติดต่อจองผ่านโทรศัพท์หรือ LINE โดยตรงหรือไม่ ระบบที่เลือกช่วยให้พนักงานหน้าร้านบันทึกข้อมูลเหล่านี้ได้อย่างราบรื่นเพียงใด
- ความซับซ้อนในการฝึกอบรมพนักงาน: หน้าจอใช้งานง่ายและรองรับภาษาที่พนักงานหน้าร้านถนัดหรือไม่ เพื่อลดข้อผิดพลาดในช่วงเวลาที่ลูกค้าหนาแน่น
- ความชัดเจนด้านภาษีและเอกสารทางบัญชี: ผู้ให้บริการมีนิติบุคคลในไทยที่สามารถออกใบกำกับภาษีเต็มรูป VAT 7% และรองรับการหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ตามกฎหมายไทยได้หรือไม่ (Rezabo ให้บริการโดย บริษัท อาร์คิวซี (ไทยแลนด์) จำกัด ออกใบกำกับภาษีถูกต้องตามกฎหมาย)
6. เกณฑ์เลือกตามลักษณะการดำเนินงานของร้าน
- ร้านที่ต้องการดึงดูดลูกค้าต่างชาติผ่านช่องทางออนไลน์โดยเฉพาะ: เหมาะกับการพิจารณาแพลตฟอร์มรับจองออนไลน์ระดับสากลหรือพอร์ทัลส่งลูกค้า ที่มีฟังก์ชันการจองผ่านเว็บหลายภาษาและการตัดบัตรออนไลน์ (ควรตรวจสอบเงื่อนไขและค่าธรรมเนียมจากผู้ให้บริการแต่ละราย)
- ร้านอาหารและร้านอิสระที่รับจองผ่านโทรศัพท์ หน้าร้าน และ LINE เป็นหลัก: Rezabo ตอบโจทย์ร้านที่ต้องการสมุดบันทึกการจองและจัดโต๊ะที่เรียบง่าย พนักงานทุกสัญชาติใช้งานได้สะดวก มีค่าบริการรายเดือนคงที่ 1,900 บาท ไม่คิดค่าคอมมิชชั่นตามจำนวนการจอง
- ร้านที่ต้องการควบคุมงบประมาณค่าซอฟต์แวร์ให้แน่นอน: การเลือกใช้สมุดจองแบบราคาคงที่จะช่วยลดความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายผันแปรที่เพิ่มขึ้นตามยอดขายหรือจำนวนลูกค้า
คำถามสำคัญในการตัดสินใจจึงไม่ใช่ว่าระบบใดมีฟังก์ชันมากที่สุด แต่คือระบบใดตอบโจทย์ขั้นตอนการทำงานจริงของพนักงานหน้าร้านได้ดีที่สุดในต้นทุนที่เหมาะสม
7. ขั้นตอนการเตรียมย้ายระบบสมุดจองหน้าร้าน
- กำหนดสมุดจองหลัก: ผู้จัดการร้านและพนักงานหน้าร้านตกลงร่วมกันว่า หน้าจอใดจะเป็นสมุดบันทึกการจองหลักของร้าน เพื่อลดความสับสนในการบันทึกข้อมูล
- รวบรวมข้อมูลลูกค้าและรายการจองล่วงหน้า: บันทึกรายชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และรายการจองล่วงหน้าที่มีอยู่เตรียมไว้
- เริ่มนำสมุดจองใหม่มาใช้งาน: ให้พนักงานบันทึกข้อมูลการจองที่รับเข้ามาทางโทรศัพท์ หน้าร้าน หรือ LINE ลงในระบบใหม่ โดยใช้ระบบไทม์ไลน์ช่วยจัดโต๊ะ
- ทำความเข้าใจสถานะการจอง: ฝึกอบรมพนักงานในการอัปเดตสถานะ เช่น ยืนยันแล้ว นั่งแล้ว เช็คบิลแล้ว หรือยกเลิก เพื่อให้ทุกคนในร้านเห็นสถานะเดียวกัน
- ตรวจสอบเอกสารทางบัญชี: ประสานงานกับฝ่ายบัญชีเรื่องการออกใบกำกับภาษีเต็มรูป VAT 7% และการหัก ณ ที่จ่าย 3% สำหรับค่าบริการรายเดือน
8. คำถามที่พบบ่อยก่อนตัดสินใจเลือกระบบ
Q1. แพลตฟอร์มส่งลูกค้ายังจำเป็นสำหรับร้านหรือไม่
ขึ้นอยู่กับกลุ่มเป้าหมายของร้าน หากต้องการขยายฐานลูกค้านักท่องเที่ยวต่างชาติ แพลตฟอร์มส่งลูกค้ายังคงมีบทบาทในการสร้างการรับรู้ แต่สำหรับการบริหารจัดการโต๊ะและลูกค้าประจำหน้าร้าน ควรมีระบบสมุดจองภายในร้านแยกต่างหากเพื่อความคล่องตัว
Q2. ค่าบริการต่อหัว (Cover Charge) หรือค่าคอมมิชชั่นคิดอย่างไร
แพลตฟอร์มส่งลูกค้าและระบบรับจองออนไลน์หลายรายคิดค่าบริการตามจำนวนหัวหรือตามยอดจองที่เกิดขึ้นจริง ร้านควรตรวจสอบรายละเอียดเงื่อนไขและอัตราค่าธรรมเนียมจากเว็บไซต์ทางการของผู้ให้บริการแต่ละรายโดยตรง
Q3. Rezabo ส่งลูกค้าให้หรือไม่
ไม่มีบริการส่งลูกค้า Rezabo เป็นสมุดบันทึกการจองและบริหารจัดการโต๊ะสำหรับพนักงานหน้าร้าน ไม่ใช่แพลตฟอร์มดึงดูดลูกค้าหรือรับจองออนไลน์จากภายนอก
Q4. ย้ายข้อมูลการจองเดิมมา Rezabo ได้อย่างไร
บริการตั้งค่าเริ่มต้นฟรีครอบคลุมชื่อโต๊ะ จำนวนที่นั่ง และผังร้านเบื้องต้น (ไม่รวมการย้ายรายชื่อลูกค้าหรือการโอนย้ายรายการจองในอดีต) สำหรับรายการจองล่วงหน้าที่มีอยู่ พนักงานสามารถบันทึกลงในระบบ Rezabo ได้ผ่านหน้าจอไทม์ไลน์จัดโต๊ะ
Q5. Rezabo ออกใบกำกับภาษีในไทยได้หรือไม่
ได้ Rezabo ให้บริการโดย บริษัท อาร์คิวซี (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย สามารถออกใบกำกับภาษีเต็มรูป VAT 7% สำหรับค่าบริการรายเดือน (1,900 บาท VAT 133 บาท หรือรายปี 19,000 บาท VAT 1,330 บาท) และสามารถหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% (57 บาท หรือรายปี 570 บาท) ได้ถูกต้องตามกฎหมาย
Q6. ต้องเปลี่ยนระบบ POS หรือไม่
ไม่ต้อง Rezabo เป็นสมุดบันทึกการจอง ไม่ได้แทนเครื่องคิดเงิน และไม่มีระบบเชื่อมต่ออัตโนมัติกับ POS พนักงานยังคงใช้ POS (เช่น Wongnai POS หรือ Ocha) ในการเปิดบิล คิดเงิน และออกใบกำกับภาษีหน้าร้านตามปกติ
สรุป
การเปรียบเทียบระบบบริหารจัดการร้านอาหาร ควรเริ่มจากการแยกระหว่าง “แพลตฟอร์มส่งลูกค้า/รับจองออนไลน์ครบวงจร” กับ “สมุดบันทึกการจองสำหรับพนักงานหน้าร้าน”:
- แพลตฟอร์มส่งลูกค้าและรับจองออนไลน์ (เช่น TableCheck หรือ Tabelog) เหมาะสำหรับร้านที่ต้องการเปิดรับการจองผ่านเว็บหรือเข้าถึงกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยว โดยมีโครงสร้างค่าบริการและฟังก์ชันการทำงานที่แตกต่างกันไปตามแต่ละผู้ให้บริการ
- Rezabo วางตำแหน่งเป็นสมุดบันทึกการจองและจัดโต๊ะสำหรับพนักงานหน้าร้าน ด้วยอัตราค่าบริการคงที่ 1,900 บาทต่อเดือน (หรือ 19,000 บาทต่อปี) บันทึกการจองได้ไม่จำกัด ไม่มีค่าคอมมิชชั่นตามจำนวนหัว และเน้นการใช้งานที่ง่าย รวดเร็ว รองรับ 3 ภาษา เพื่อให้การจัดการหน้าร้านเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ร้านอาหารจึงควรเลือกเครื่องมือที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการรับจองของลูกค้าและโครงสร้างต้นทุนที่เหมาะสมกับธุรกิจของตนเองมากที่สุด